Blog

Super User

Super User

Tuesday, 20 August 2024 02:34

ผัดไทยไก่เชียง

ผัดไทยไก่เชียง

เป็นเมนูอาหารไทยที่ได้รับการปรับเปลี่ยนจากผัดไทยสูตรดั้งเดิม โดยเพิ่มไก่เชียงหรือไส้กรอกไก่เข้าไปเป็นส่วนประกอบหลักแทนการใช้กุ้งแห้งหรือเนื้อสัตว์อื่นๆ ผัดไทยไก่เชียงมีรสชาติอร่อยและเข้มข้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนรสชาติจากผัดไทยแบบเดิมๆ นี่คือสูตรและวิธีทำผัดไทยไก่เชียงที่คุณสามารถทำได้เองที่บ้าน:

ส่วนผสม:

  • เส้นจันท์ (เส้นผัดไทย) 100 กรัม
  • ไก่เชียงหั่นแว่นบาง 100 กรัม
  • เต้าหู้แข็งหั่นลูกเต๋า 50 กรัม
  • กุยช่ายหั่นท่อน 50 กรัม
  • ถั่วงอก 50 กรัม
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • หอมแดงสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
  • น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • ถั่วลิสงคั่วบด 2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกป่น 1 ช้อนชา (ตามชอบ)
  • มะนาวหั่นซีก (สำหรับเสิร์ฟ)

วิธีทำ:

  1. เตรียมเส้น: ลวกเส้นจันท์ในน้ำเดือดจนเส้นนุ่มประมาณ 3-4 นาที จากนั้นสะเด็ดน้ำและพักไว้

  2. ผัดไก่เชียง: ตั้งกระทะบนไฟกลาง ใส่น้ำมันพืชลงไป เมื่อร้อนแล้ว ใส่ไก่เชียงหั่นแว่นลงไปผัดจนสุกและมีกลิ่นหอม จากนั้นตักขึ้นพักไว้

  3. ผัดเครื่องปรุง: ในกระทะเดียวกัน ใส่หอมแดงและกระเทียมสับลงไปผัดจนเหลืองหอม จากนั้นใส่เต้าหู้แข็งลงไปผัดต่อจนเต้าหู้สุกเหลือง

  4. ปรุงรส: ใส่น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา น้ำมะขามเปียก และน้ำมะนาวลงในกระทะ คนให้เข้ากันและรอให้ซอสเริ่มเดือด

  5. ใส่เส้น: ใส่เส้นจันท์ที่ลวกแล้วลงในกระทะ ผัดให้เส้นเคลือบด้วยซอสและมีสีสันที่สวยงาม

  6. ใส่ไข่: ดันเส้นไปด้านข้างกระทะ จากนั้นตอกไข่ไก่ลงในกระทะ ผัดให้ไข่สุกเล็กน้อย แล้วคลุกเคล้ากับเส้นให้เข้ากัน

  7. ใส่ไก่เชียงและผัก: ใส่ไก่เชียงที่ผัดไว้ และกุยช่ายลงไป ผัดให้เข้ากัน สุดท้ายใส่ถั่วงอกลงไปผัดเบาๆ ให้ทุกอย่างเข้ากันดี

  8. เสิร์ฟ: ตักผัดไทยไก่เชียงใส่จาน โรยหน้าด้วยถั่วลิสงคั่วบดและพริกป่น เสิร์ฟพร้อมมะนาวหั่นซีก และเครื่องเคียงอื่นๆ ตามชอบ

เคล็ดลับ:

  • หากชอบรสเปรี้ยวเพิ่มเติม สามารถเติมน้ำมะนาวเพิ่มตามชอบ
  • สามารถใส่ผักอื่นๆ เช่น แครอท หรือหอมใหญ่ เพิ่มความหลากหลายให้กับจานได้

ผัดไทยไก่เชียงเป็นเมนูที่ทำง่ายและอร่อย เหมาะสำหรับมื้ออาหารที่ต้องการความสะดวกแต่ยังคงรสชาติแบบไทยๆ ที่หอมอร่อย

วิธีทำพาสต้าค็อกเทล

พาสต้าค็อกเทลเป็นเมนูเรียกน้ำย่อยหรืออาหารว่างที่มีรสชาติเบาๆ และสดชื่น ทำได้ง่ายและรวดเร็ว นี่คือวิธีทำพาสต้าค็อกเทลที่คุณสามารถทำได้ที่บ้าน

ส่วนผสม

  • พาสต้า (รูปทรงตามชอบ เช่น ฟูซิลีหรือเพนเน่) 200 กรัม
  • กุ้งลวกหรือปูอัด 100 กรัม
  • มะเขือเทศเชอร์รี 10 ลูก (หั่นครึ่ง)
  • แตงกวา 1 ลูก (หั่นเต๋า)
  • มะกอกดำหรือเขียว 10 ลูก (หั่นครึ่ง)
  • หอมแดง 1 หัว (หั่นบาง)
  • พาร์สลีย์สับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันมะกอก 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเลมอน 2 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือและพริกไทยตามชอบ

วิธีทำ

  1. ต้มพาสต้า: ต้มพาสต้าในน้ำเดือดที่เติมเกลือเล็กน้อยจนสุก (ประมาณ 8-10 นาที) แล้วสะเด็ดน้ำและพักไว้ให้เย็น
  2. เตรียมกุ้งหรือปูอัด: หากใช้กุ้งสด ให้ลวกกุ้งในน้ำเดือดประมาณ 2-3 นาที หรือจนกุ้งเปลี่ยนสีและสุก หากใช้ปูอัด ให้หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
  3. ผสมส่วนผสม: ในชามขนาดใหญ่ ใส่พาสต้า กุ้งหรือปูอัด มะเขือเทศเชอร์รี แตงกวา มะกอก หอมแดง และพาร์สลีย์
  4. ทำซอส: ผสมน้ำมันมะกอกและน้ำเลมอนในชามเล็กๆ ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย แล้วราดลงบนพาสต้าและส่วนผสมอื่นๆ
  5. คลุกเคล้าให้เข้ากัน: คลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันดี ตรวจสอบรสชาติและปรับเพิ่มเกลือหรือพริกไทยตามชอบ
  6. เสิร์ฟ: จัดเสิร์ฟพาสต้าค็อกเทลในจานหรือถ้วยเสิร์ฟ พร้อมตกแต่งด้วยพาร์สลีย์สับละเอียดหรือใบโหระพา

พาสต้าค็อกเทลเหมาะสำหรับเสิร์ฟในงานปาร์ตี้หรือเป็นอาหารว่างระหว่างวัน ด้วยรสชาติที่สดชื่นและส่วนผสมที่หลากหลาย ทำให้เมนูนี้เป็นที่นิยมและสามารถปรับเปลี่ยนส่วนผสมตามความชอบได้ง่าย

ไส้กรอกคอกเทล: ส่วนผสมที่ทำเมนูไหนก็อร่อย

ไส้กรอกคอกเทลเป็นวัตถุดิบที่สามารถใช้ทำเมนูหลากหลายได้อย่างง่ายดายและอร่อย นอกจากจะเป็นอาหารทานเล่นที่ได้รับความนิยม ยังสามารถนำไปทำเมนูอื่นๆ ได้อีกมากมาย มาดูกันว่าไส้กรอกคอกเทลสามารถนำไปทำเมนูอะไรได้บ้าง:

1. ไส้กรอกคอกเทลย่าง (Grilled Cocktail Sausages)

  • วิธีทำ: เพียงแค่ย่างไส้กรอกคอกเทลบนเตาย่างหรือกระทะจนสุกและมีสีสวย
  • เคล็ดลับ: สามารถเพิ่มซอสบาร์บีคิวหรือซอสเทอริยากิเพื่อเพิ่มรสชาติ
  • การเสิร์ฟ: เสิร์ฟพร้อมกับผักสดและน้ำจิ้มตามชอบ

2. ไส้กรอกคอกเทลผัดพริก (Stir-fried Cocktail Sausages with Chili)

  • วิธีทำ: ผัดไส้กรอกคอกเทลกับกระเทียม พริก และหอมใหญ่ จนหอม เติมซอสถั่วเหลืองและซอสมะเขือเทศเล็กน้อย
  • เคล็ดลับ: เพิ่มผักเช่น แครอทและถั่วฝักยาวเพื่อเพิ่มความกรอบ
  • การเสิร์ฟ: เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ หรือข้าวผัด

3. ไส้กรอกคอกเทลทอดกรอบ (Crispy Fried Cocktail Sausages)

  • วิธีทำ: นำไส้กรอกคอกเทลไปทอดในน้ำมันร้อนจนกรอบเหลือง
  • เคล็ดลับ: ใช้แป้งทอดกรอบเพื่อเพิ่มความกรอบและความอร่อย
  • การเสิร์ฟ: เสิร์ฟพร้อมซอสมะเขือเทศหรือซอสพริก

4. ไส้กรอกคอกเทลในซอสกระเทียม (Cocktail Sausages in Garlic Sauce)

  • วิธีทำ: ผัดไส้กรอกคอกเทลกับเนย กระเทียมสับ และพริกไทยดำจนหอม เติมซอสหอยนางรมและซอสถั่วเหลือง
  • เคล็ดลับ: สามารถเพิ่มพริกสดเพื่อเพิ่มความเผ็ด
  • การเสิร์ฟ: เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยหรือขนมปังกระเทียม

5. ไส้กรอกคอกเทลพันเบคอน (Bacon-wrapped Cocktail Sausages)

  • วิธีทำ: นำไส้กรอกคอกเทลพันด้วยเบคอนแล้วนำไปย่างหรืออบจนเบคอนกรอบ
  • เคล็ดลับ: ทาด้วยน้ำผึ้งหรือน้ำเชื่อมเมเปิ้ลเพื่อเพิ่มความหวาน
  • การเสิร์ฟ: เสิร์ฟเป็นอาหารว่างหรือของทานเล่นในงานปาร์ตี้

6. ไส้กรอกคอกเทลในซุป (Cocktail Sausages in Soup)

  • วิธีทำ: ใส่ไส้กรอกคอกเทลลงในซุป เช่น ซุปมะเขือเทศหรือซุปผัก
  • เคล็ดลับ: เพิ่มผักสดเช่น แครอท มันฝรั่ง และหอมใหญ่ เพื่อเพิ่มความอร่อยและคุณค่าทางโภชนาการ
  • การเสิร์ฟ: เสิร์ฟพร้อมขนมปังอบกรอบหรือข้าวสวย

การใช้ไส้กรอกคอกเทลในการทำอาหารสามารถสร้างสรรค์เมนูที่หลากหลายและอร่อยได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็นการย่าง ผัด ทอด หรือใส่ในซุป ความง่ายในการปรุงและรสชาติที่ถูกปากทำให้ไส้กรอกคอกเทลเป็นวัตถุดิบที่ทุกครัวเรือนควรมีติดบ้านไว้

 

คุณประโยชน์ของไส้กรอกอีสาน

ไส้กรอกอีสานเป็นอาหารที่มีคุณประโยชน์หลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านโภชนาการและสุขภาพ ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้:

  1. แหล่งโปรตีน:
    • ไส้กรอกอีสานทำจากเนื้อหมูหรือเนื้อสัตว์อื่น ๆ ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงที่จำเป็นต่อการสร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อในร่างกาย
  2. วิตามินและแร่ธาตุ:
    • ไส้กรอกอีสานมักมีการเติมส่วนผสมเช่น ข้าวและกระเทียม ซึ่งช่วยเสริมวิตามินและแร่ธาตุ เช่น วิตามิน B, ธาตุเหล็ก และสังกะสี
  3. พลังงาน:
    • ไส้กรอกอีสานมีแคลอรี่สูง จึงเป็นแหล่งพลังงานที่ดีสำหรับการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน
  4. โปรไบโอติกส์:
    • กระบวนการหมักที่ใช้ในการทำไส้กรอกอีสานสร้างแบคทีเรียที่ดี ซึ่งเป็นโปรไบโอติกส์ที่ช่วยในการย่อยอาหารและส่งเสริมสุขภาพของระบบทางเดินอาหาร
  5. อาหารพื้นเมืองและวัฒนธรรม:
    • การบริโภคไส้กรอกอีสานเป็นการสนับสนุนและรักษาวัฒนธรรมการกินของไทย โดยเฉพาะในภูมิภาคอีสาน
  6. ความหลากหลายในอาหาร:
    • ไส้กรอกอีสานสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายแบบ เช่น ย่าง ทอด หรือนำไปใส่ในเมนูอื่น ๆ ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับมื้ออาหาร

อย่างไรก็ตาม ควรบริโภคไส้กรอกอีสานในปริมาณที่เหมาะสม เพราะมีปริมาณไขมันและโซเดียมสูง ซึ่งหากบริโภคมากเกินไปอาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวได้

 

คุณประโยชน์ของไส้อั่ว

ไส้อั่วเป็นอาหารพื้นเมืองของภาคเหนือประเทศไทย มีลักษณะเป็นไส้กรอกที่มีส่วนประกอบหลักเป็นเนื้อหมู เครื่องเทศ และสมุนไพรพื้นบ้านต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ การบริโภคไส้อั่วไม่เพียงแค่ให้ความอร่อยแต่ยังมีคุณประโยชน์หลากหลาย ดังนี้:

1. แหล่งโปรตีนคุณภาพสูง

  • เนื้อหมู: ไส้อั่วมีเนื้อหมูเป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงที่สำคัญต่อร่างกาย โปรตีนช่วยในการสร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกาย รวมถึงการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ

2. สมุนไพรและเครื่องเทศที่มีประโยชน์

  • ข่า: ข่ามีสรรพคุณในการช่วยขับลม แก้อาการท้องอืด และช่วยย่อยอาหาร
  • ตะไคร้: ตะไคร้มีคุณสมบัติในการช่วยลดการอักเสบ ขับปัสสาวะ และบรรเทาอาการปวดท้อง
  • ใบมะกรูด: ใบมะกรูดมีสรรพคุณในการขับลม ช่วยลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ และมีสารต้านอนุมูลอิสระ
  • พริก: พริกมีสารแคปไซซินที่ช่วยเพิ่มการเผาผลาญและเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
  • กระเทียม: กระเทียมมีคุณสมบัติในการลดความดันโลหิต ลดคอเลสเตอรอล และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน

3. การเสริมสร้างระบบย่อยอาหาร

  • การบริโภคไส้อั่วที่มีสมุนไพรเช่น ข่า ตะไคร้ และใบมะกรูด ช่วยกระตุ้นการย่อยอาหารและลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. การเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน

  • สมุนไพรหลายชนิดในไส้อั่วมีสารต้านอนุมูลอิสระและสารที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน เช่น กระเทียมและพริก ทำให้ร่างกายสามารถต่อต้านเชื้อโรคและการอักเสบได้ดีขึ้น

5. การกระตุ้นการเผาผลาญ

  • สารแคปไซซินในพริกที่ใช้ในไส้อั่วมีผลในการเพิ่มอัตราการเผาผลาญของร่างกาย ซึ่งสามารถช่วยในการควบคุมน้ำหนักและลดความเสี่ยงต่อโรคอ้วน

6. การลดความดันโลหิตและคอเลสเตอรอล

  • กระเทียมที่ใช้ในไส้อั่วมีสารอัลลิซินที่ช่วยลดความดันโลหิตและลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด

7. ประโยชน์ทางจิตใจและความสุขในการบริโภค

  • การบริโภคอาหารที่มีรสชาติอร่อยและมีกลิ่นหอมของสมุนไพร ช่วยเสริมสร้างความสุขและความพึงพอใจในการรับประทานอาหาร ซึ่งมีผลดีต่อสุขภาพจิตใจ

สรุป

ไส้อั่วไม่เพียงแค่เป็นอาหารที่มีรสชาติอร่อย แต่ยังมีคุณประโยชน์หลากหลายต่อสุขภาพ การบริโภคไส้อั่วที่ทำจากวัตถุดิบคุณภาพดีและในปริมาณที่เหมาะสม จะช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีและเพิ่มความสุขในการรับประทานอาหารอีกด้วย

ไข่เจียวกุนเชียง

ไข่เจียวกุนเชียงเป็นเมนูอาหารเช้าที่ทำได้ง่าย รวดเร็ว และอร่อย ลองทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:

ส่วนผสม:

  • ไข่ไก่ 2-3 ฟอง
  • กุนเชียง 1 แท่ง (หั่นบางๆ)
  • หอมใหญ่ 1/4 หัว (ซอยบาง) [ถ้าชอบ]
  • พริกไทยขาวป่น 1/4 ช้อนชา
  • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
  • น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ:

  1. เตรียมส่วนผสม:

    • หั่นกุนเชียงเป็นชิ้นบางๆ
    • ตีไข่ไก่ในชามผสม ใส่พริกไทยขาวป่นและซีอิ๊วขาว ตีให้เข้ากัน
  2. ผสมกุนเชียงกับไข่:

    • ใส่กุนเชียงหั่นบางๆ และหอมใหญ่ซอย (ถ้าใช้) ลงในไข่ที่ตีไว้ คนให้ส่วนผสมเข้ากัน
  3. ตั้งกระทะและทอด:

    • ตั้งกระทะบนไฟกลาง ใส่น้ำมันพืช รอจนกระทะร้อน
    • เทส่วนผสมไข่และกุนเชียงลงในกระทะ เกลี่ยให้ทั่วกระทะ
  4. ทอดจนสุก:

    • ทอดไข่จนขอบเริ่มสุกและเหลือง จากนั้นกลับด้านทอดอีกด้านจนสุกเหลืองทั้งสองด้าน
  5. เสิร์ฟ:

    • ตักไข่เจียวกุนเชียงใส่จาน ตัดเป็นชิ้นและเสิร์ฟร้อนๆ กับข้าวสวยหรือข้าวเหนียว

เคล็ดลับ:

  • ไฟกลาง: ใช้ไฟกลางในการทอดเพื่อให้ไข่สุกทั่วถึงและไม่ไหม้เร็วเกินไป
  • ผักเพิ่มเติม: สามารถเพิ่มผักอื่นๆ เช่น ต้นหอม ผักชี หรือพริกหวานหั่นเต๋า เพื่อเพิ่มสีสันและรสชาติ
  • ซอสปรุงรส: สามารถเสิร์ฟพร้อมซอสปรุงรส เช่น ซอสพริกหรือซอสมะเขือเทศ ตามชอบ

ไข่เจียวกุนเชียงเป็นเมนูที่ทำง่ายและรวดเร็ว เหมาะสำหรับอาหารเช้าและสามารถปรับแต่งตามความชอบได้ง่าย

 

ข้าวผัดหมูเชียงเป็นอาหารจานเดียวที่ทำง่ายและอร่อยมาลองทำกันดูครับ

วัตถุดิบ
- ข้าวสวย 2 ถ้วย
- หมูเชียงฮัม (กุนเชียง) 1 ชิ้น (หั่นบางๆ)
- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- หอมใหญ่ 1 หัว (หั่นเต๋า)
- ไข่ไก่ 2 ฟอง
- แครอท 1/2 หัว (หั่นเต๋าเล็ก)
- ถั่วลันเตา 1/4 ถ้วย
- ต้นหอมซอย 2 ต้น
- ซอสถั่วเหลือง 2 ช้อนโต๊ะ
- ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยป่น ตามชอบ
วิธีทำ
1.ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชแล้วเปิดไฟกลาง
2.ใส่กระเทียมสับลงไปผัดจนหอม
3.ใส่หมูเชียงลงไปผัดจนสุก
ใส่หอมใหญ่ลงไปผัดจนสุกใส
4.ใส่แครอทและถั่วลันเตาลงไปผัดรวมกัน
5.ดันส่วนผสมทั้งหมดไปที่ขอบกระทะ แล้วใส่ไข่ลงไปทอดให้สุก
6.ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน
7.ใส่ข้าวสวยลงไปผัดรวมกับส่วนผสมทั้งหมด
8.ปรุงรสด้วยซอสถั่วเหลือง ซอสหอยนางรม และน้ำตาลทราย
9.ผัดให้ทุกอย่างเข้ากันดี แล้วใส่ต้นหอมซอยและพริกไทยป่นลงไปผัดอีกครั้ง
10.ปิดไฟแล้วตักเสิร์ฟ

เพียงเท่านี้ก็จะได้ข้าวผัดหมูเชียงอร่อยๆ พร้อมเสิร์ฟแล้วครับ!

 

Page 4 of 4
100-3.png
© Copyright By Thai sausage casings